ก่อนที่จะมีการระบาดของโรคโควิด-19 เราต่างคิดกันว่า การลักลอบค้าสัตว์ป่าเป็นปัญหาไกลตัว ไม่น่าจะมีผลกระทบกับมนุษย์อย่างเราเท่าไหร่นัก
แต่เมื่อมีข้อสันนิษฐานว่าจุดกำเนิดของการแพร่ระบาดของโควิดมาจากตลาดค้าสัตว์ป่า เพราะผู้ติดเชื้อกลุ่มแรกเป็นคนงานและลูกค้าร้านขายอาหารที่มาจากสัตว์ป่า ผู้คนต่างก็ให้ความสนใจกับปัญหาการค้าสัตว์ป่ามากขึ้น
รายงาน World Wildlife Crime ในปี 2563 ได้ชี้ให้เห็นถึงผลของการลักลอบค้าสัตว์ป่าที่อาจส่งผลให้เกิดการติดต่อของโรคระหว่างสัตว์และคนได้
ในช่วง 2-3 ทศวรรษที่ผ่านมา โรคติดต่ออุบัติใหม่ที่เกิดขึ้นบนโลก กว่า 3 ใน 4 นั้นเป็นโรคที่ติดต่อมาจากสัตว์
ไม่ว่าจะเป็นโรคซาร์ส (Severe Acute Respiratory Syndrome หรือโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง) หรือโรคโควิด-19 ที่เรากำลังเผชิญอยู่ขณะนี้
ตัวนิ่ม หรือลิ่น ที่ถูกสันนิษฐานว่าเป็นแหล่งของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่ทำให้เกิดโรคโควิด-19 นับได้ว่าเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมที่ถูกล่ามากที่สุดในโลก ไม่มีใครรู้ตัวเลขที่แน่ชัดว่าแต่ละปีมีตัวนิ่มถูกจับออกมาจากป่ากี่ตัว แต่มี
รายงานจากองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล หรือ WWF ว่ามีตัวนิ่มเกิน 1 ล้านตัวถูกล่าจากป่าในระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมานี้
เมื่อต้นปี 2562 มีการยึดของกลางตัวนิ่มล็อตใหญ่ในประวัติศาสตร์ที่มาเลเซีย พบตัวนิ่มกว่า 30 ตัน โดยมีตัวนิ่มแช่แข็ง 1,800 กล่อง และแยกออกบรรจุในถุงอีก 600 ตัว มีตัวนิ่มที่ยังมีชีวิต 60 กว่าตัว และเกล็ดตัวนิ่ม 360 กิโลกรัม
ปัจจุบันมีตัวนิ่มอยู่ 8 สายพันธุ์ทั่วโลก (อยู่ในแอฟริกา 4 สายพันธุ์ และในเอเชีย 4 สายพันธุ์) ทั้งหมดจัดอยู่ในบัญชีเลขที่ 1 (Appendix I) ภายใต้อนุสัญญา CITES* ที่ห้ามไม่ให้มีการซื้อขายทั้งสัตว์ที่มีชีวิตหรือผลิตภัณฑ์ที่มาจากตัวนิ่ม
ในอดีตตัวนิ่มสายพันธุ์เอเชียเป็นสายพันธุ์หลักที่ถูกล่ามาใช้ประโยชน์ แต่เนื่องจากมีจำนวนลดลงเรื่อยๆ จึงมีการล่าสายพันธุ์แอฟริกาเพื่อชดเชยความต้องการ

ระหว่างปี พ.ศ. 2559-2562 มีการยึดเกล็ดของตัวนิ่มที่ลักลอบขนอย่างผิดกฎหมายถึง 200 กว่าตันทั่วโลก โดยมาจากแอฟริกาและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และมีประเทศปลายทางที่จีน
จีนถือได้ว่าเป็นประเทศหลักที่นำเข้าตัวนิ่มอย่างผิดกฎหมาย เนื่องจากเกล็ดของตัวนิ่มมีคุณสมบัติเป็นยาในตำราแพทย์แผนจีน อีกทั้งชาวจีนนิยมเอาเนื้อตัวนิ่มมาปรุงอาหาร เพราะเชื่อว่าช่วยบำรุงสมรรถภาพทางเพศอีกด้วย
หลังจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 เมื่อเดือนมิถุนายน 2563 จีนยกระดับการคุ้มครองตัวนิ่มเทียบเท่ากับแพนด้า โดยขึ้นบัญชีเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองประเภทที่ 1 มีผลห้ามบริโภคหรือใช้ประโยชน์ใดๆ ในทุกกรณี รวมทั้งถอนส่วนประกอบของตัวนิ่มออกจากตำรับยาแพทย์แผนจีนด้วย
ฟังดูเหมือนเป็นสัญญาณที่ดีที่จะลงมือแก้ไขปัญหาการลักลอบขายสัตว์ป่า โดยเฉพาะจากประเทศจีนที่ถือว่าเป็นผู้บริโภคสัตว์ป่าเจ้าใหญ่ของโลก
เมื่อมนุษย์เราเรียนรู้จากปัญหา ในวิกฤติยังมีโอกาสที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น
* อนุสัญญา CITES (ไซเตส) หรืออนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้จะสูญพันธุ์ (The Conventionon International Trade in Endangered Species of Wild Fauna and Flora) หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าอนุสัญญาวอชิงตัน (Washington Convention) ประเทศไทยเป็นสมาชิกลำดับที่ 80 โดยลงนามรับรองอนุสัญญาในปี 2518 และให้สัตยาบันในวันที่ 21 มกราคม 2526


