ในขณะที่มนุษย์เรามีความสามารถพิเศษเหนือกว่าสิ่งมีชีวิตหลากหลายสายพันธุ์บนโลกใบนี้
บทประทานสัมภาษณ์ของเจ้าชายฟิลิป ดยุกแห่งเอดินบะระ กับ BBC
แล้วการที่เรายังคงทำลายโลกที่เราอยู่นั้นมันช่างเป็นเรื่องโง่เง่าสิ้นดี
สิ่งมีชีวิตอื่นๆ เขาก็มีสิทธิเท่าเทียมกันที่จะคงอยู่บนโลก เราไม่มีสิทธิพิเศษใดๆ บนโลกนี้
มากกว่าสิ่งมีชีวิตอื่นๆ เลย ถ้าพวกเขายังอยู่บนโลกนี้กับเรา
ก็จงให้โอกาสเขาได้มีชีวิตรอดต่อไปด้วยเถอะ

https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Prince_Philip_by_Allan_Warren_cropped.jpg
ทั่วโลกได้รับรู้ข่าวการสิ้นพระชนม์ของเจ้าชายฟิลิป ดยุกแห่งเอดินบะระ พระสวามีในสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร ด้วยพระชนมายุ 99 พรรษา เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2564 (ตามเวลาอังกฤษ) พระองค์ทรงเป็นที่เคารพนับถืออย่างกว้างขวางในหมู่พสกนิกรและนานาประเทศ และเป็นที่จดจำในหลายบทบาท ไม่เพียงทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจด้านการช่วยเหลือสังคมเท่านั้น ยังทรงเป็นนายทหารเรือผู้ทระนงตน แบบอย่างของสุภาพบุรุษแบบอังกฤษ แม้กระทั่งสันนิษฐานกันว่าเจ้าชายฟิลิปในเรื่องเจ้าหญิงนิทราก็ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเจ้าชายฟิลิป ดยุกแห่งเอดินบะระนั่นเอง
แต่อีกหนึ่งบทบาทที่เราอยากจะกล่าวถึง คือ พระองค์ทรงเป็นต้นแบบของนักอนุรักษ์สัตว์ป่าและทรัพยากร ธรรมชาติ ทรงสนพระทัยและทุ่มเทให้กับงานอนุรักษ์ป่าทั่วโลกจนเกิดโครงการอนุรักษ์ธรรมชาติขึ้นเป็นจำนวนมากพระราชกรณียกิจอันโดดเด่นเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาชาวโลก คือทรงเป็นผู้ร่วมก่อตั้งกองทุนสัตว์ป่าโลก ซึ่งต่อมาภายหลังได้มีส่วนสนับสนุนในการก่อตั้งมูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าและพรรณพืชแห่งประเทศไทย
ประธาน WWF พระองค์แรก
เจ้าชายฟิลิป ดยุกแห่งเอดินบะระทรงสนับสนุนงานด้านการอนุรักษ์สัตว์ป่าและธรรมชาติมาเป็นเวลายาวนาน พระราชดำรัสที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติที่พระองค์ได้ทรงให้ไว้ในหลายโอกาส รวมทั้งที่ปรากฏอยู่ในหนังสือ The Environmental Revolution และหนังสือ Birds from Britannia เป็นหลักฐานยืนยันในเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี โดยทรงมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ตลอดพระชนม์ชีพ ตั้งแต่การสร้างเครือข่ายพันธมิตรกับผู้นำด้านศาสนาและนักอนุรักษ์ทั้งหลาย ไปจนถึงการเสด็จพระราชดำเนินข้ามมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้และแอนตาร์กติกา เพื่อทอดพระเนตรนกทะเลท้องถิ่น
ที่สำคัญ พระองค์ทรงอยู่เบื้องหลังการก่อตั้งกองทุนสัตว์ป่าโลก (World Wildlife Fund -WWF)
ซึ่งปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (World Wide Fund for Nature) โดยทรงรับเป็นประธานของกองทุนฯ พระองค์แรก รวมทั้งเป็นองค์ประธานกิตติมศักดิ์จวบจนสิ้นพระชนม์ นอกจากนี้ยังทรงเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์ของสมาคมสัตววิทยาแห่งลอนดอนอีกด้วย
สำหรับกองทุนสัตว์ป่าโลกที่พระองค์ทรงร่วมก่อตั้งขึ้นในปี 2504 นั้น มีเป้าหมายที่จะปกป้องดูแลรักษาธรรมชาติและทรัพยากรสิ่งแวดล้อม ผ่านการทำงานในรูปแบบการฝึกอบรมและแลกเปลี่ยนนักวิชาการที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการจัดประชุมเพื่อส่งเสริมการให้การสนับสนุนการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ด้วยพระปรีชาสามารถและพระวิริยะอุตสาหะของดยุกแห่งเอดินบะระ ส่งผลให้กิจการของกองทุนสัตว์ป่าโลกเจริญก้าวหน้าเป็นอย่างดี ทั่วโลกเริ่มหันมาตื่นตัวและใส่ใจในการอนุรักษ์สัตว์ป่าและทรัพยากรธรรมชาติมากขึ้น
ในปี 2513 ด้วยความสนพระทัยและพระปรีชาสามารถทางวิชาการอย่างสูงยิ่งในด้านนี้ พระองค์ได้ทรงนิพนธ์หนังสือ Wildlife Crisis ร่วมกับ Dr.James Fisher ซึ่งเป็นเอกสารที่ทรงคุณค่าอย่างยิ่งต่อการศึกษาวิจัยในวิชาการสาขาการอนุรักษ์สัตว์ป่า รวมทั้งการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพในด้านนี้ พระองค์ได้ทรงกระตุ้นให้ประเทศต่างๆ สนใจในเรื่องการอนุรักษ์สัตว์ป่าอย่างต่อเนื่องและจริงจัง เพื่อให้เกิดประโยชน์กับมวลมนุษยชาติ
ต่อมาในปี 2541 ในฐานะประธานองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล ทรงสนับสนุนกลุ่มอนุรักษ์ในเม็กซิโกจัดตั้งโครงการอนุรักษ์ผีเสื้อจักรพรรดิจากการตัดไม้ทำลายป่าและการตัดไม้เชิงพาณิชย์ ซึ่งเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อการอยู่รอดของผีเสื้อสายพันธุ์ดังกล่าว
จุดแสงเทียนแห่งการอนุรักษ์ในไทย
WWF เข้ามาดำเนินงานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในประเทศไทยได้นั้น เกิดขึ้นจากพระราชปฏิสันถารของพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงมีต่อเจ้าหญิงจูเลียน่า อดีตพระราชินีนาถแห่งเนเธอร์แลนด์ พร้อมด้วยเจ้าชายเบิร์นฮาร์ด องค์ประธานก่อตั้งของ WWF เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะพระราชอาคันตุกะ และเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ในปี 2526 ทั้งสองพระราชวงศ์ทรงแสดงความเป็นห่วงเป็นใยและมีพระราชปณิธานแน่วแน่ที่จะทรงอุปถัมภ์งานด้านการอนุรักษ์

WWF จึงประสานงานกับรัฐบาลไทย และนายแพทย์บุญส่ง เลขะกุล ผู้ก่อตั้งนิยมไพรสมาคม ซึ่งขณะนั้นได้ร่วมกับสมาชิกของสมาคมฯ ก่อตั้งมูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าและพรรณพืชแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ จัดงาน “Save Our Wildlife” ณ โรงแรมโอเรียนเต็ล กรุงเทพมหานคร เพื่อจัดหาทุนก่อตั้งมูลนิธิฯ โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยเจ้าฟ้าชายฟิลิป องค์ประธาน WWF International ทรงเป็นองค์ประธานในงานกาลาดินเนอร์ครั้งนั้นด้วย

ภาพ: ข่าวนิยมไพร ฉบับเดือนธันวาคม 2526
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงมีความสนพระราชหฤทัยในด้านการอนุรักษ์สัตว์ป่าอยู่แล้ว เมื่อได้รับการกราบบังคมทูลเชิญของนิยมไพรสมาคม ซึ่งเป็นผู้จัดงานเลี้ยงขึ้นอย่างเป็นทางการ ได้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณตอบรับเป็นองค์ประธานของงานเลี้ยง และยังทรงรับมูลนิธิฯ ไว้ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ด้วยพระมหากรุณาธิคุณในการช่วยจัดตั้ง มูลนิธิฯ จึงได้เป็นกองทุนที่ได้รับการยกเว้นภาษี เป็นโอกาสให้มีผู้บริจาคสมทบทุนมูลนิธิฯ ได้มากขึ้น สัญลักษณ์ของมูลนิธิฯ ใช้รูปของกูปรี (Bos sauveli) วัวป่าที่หายาก อาศัยอยู่ตามชายแดนติดต่อระหว่างประเทศกัมพูชา ลาว และไทย
ส่วนเจ้าชายฟิลิป ดยุกแห่งเอดินบะระทรงมีความห่วงใยและสนพระทัยในกิจการอนุรักษ์สัตว์ป่าของประเทศไทยเป็นอย่างยิ่ง เมื่อได้ทรงทราบถึงแผนดำเนินงานในเรื่องกิจการอนุรักษ์สัตว์ป่าของประเทศไทย จึงได้ทรงแสดงพระราชประสงค์ที่จะทรงให้การสนับสนุน โดยได้เสด็จพระราชดำเนินมาเยือนประเทศไทยเพื่อการสนับสนุนดังกล่าว ระหว่างวันที่ 12-14 ตุลาคม พ.ศ. 2526 ทำให้การเคลื่อนไหวด้านการอนุรักษ์ในประเทศไทยได้รับการกระตุ้นครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์ของการอนุรักษ์

ภาพ: ข่าวนิยมไพร ฉบับเดือนธันวาคม 2526
ความสำเร็จในการจัดงานคืนนั้นสามารถจัดหาเงินทุนได้ถึง 3.8 ล้านบาท ต่อมามูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าฯ ได้รับการสนับสนุนจาก WWF นายแพทย์บุญส่ง เลขะกุล ได้ดำรงตำแหน่งเป็นประธานมูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าฯ คนแรก นับได้ว่าการเสด็จเยือนประเทศไทยของเจ้าชายฟิลิป ดยุกแห่งเอดินบะระ ประธานกองทุนคุ้มครองสัตว์ป่าโลกในครั้งนั้นเปรียบเสมือนการจุดประทีปแห่งความหวังสำหรับงานอนุรักษ์ในประเทศไทย ซึ่งได้ส่งผลให้เกิดโครงการอนุรักษ์ธรรมชาติขึ้นเป็นจำนวนมากในเวลาต่อมา

ภาพ: ข่าวนิยมไพร ฉบับเดือนธันวาคม 2526
ปัจจุบันมูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าฯ มีนายพิสิษฐ์ ณ พัทลุง เป็นประธาน และยังคงมุ่งมั่นดำเนินงานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติของไทย ดังพระราชเสาวนีย์ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง องค์อุปภัมภ์ ว่า…
“เมื่อคราวที่ข้าพเจ้ารับมูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าและพรรณพืชแห่งประเทศไทยไว้ในความอุปถัมภ์นั้น ข้าพเจ้ายังไม่ประจักษ์อย่างถ่องแท้ถึงความสูญเสียของทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่าของเรา แต่มาบัดนี้ ข้าพเจ้ารู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้เห็นว่าเราหันมาตื่นตัวในการอนุรักษ์มากขึ้น จนถึงกับบรรลุลงในแผนพัฒนาแห่งชาติ แม้ว่ากว่าที่เราจะเริ่มตระหนักนั้นจะกินเวลามาหลายสิบปี และสัตว์ป่า รวมทั้งพันธุ์ไม้ ซึ่งเคยมีอยู่ในประเทศไทยเพียงแห่งเดียวในโลก อย่างเช่นเนื้อสมัน ได้สูญพันธุ์ไปแล้วหลายชนิดก็ตาม แต่ความผิดพลาดเหล่านี้คงจะเป็นบทเรียนให้เราอนุรักษ์ต่อไปด้วยความรอบคอบและถูกหลักวิธียิ่งขึ้น
ข้าพเจ้าเองพยายามสนับสนุนโครงการนี้อีกทางหนึ่ง โดยการช่วยเลี้ยงดูและส่งเสริมการวิจัยสัตว์ป่าที่หายากหลายชนิด เช่น กระจง ละองละมั่ง นกกระเรียน ไก่ฟ้า และเป็ดก่า เป็นต้น ซึ่งก็ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ และสมควรจะขอบคุณคณะบุคคลหลายฝ่ายที่ได้ทุ่มเทอุทิศตนเพื่องานนี้ได้ด้วย
แต่ถ้าจะให้งานอนุรักษ์สำเร็จได้อย่างแท้จริง เราก็ยังต้องช่วยกันอีกมาก ชาวไทยทุกคนจะต้องเข้าใจว่าการอนุรักษ์นี้มิใช่จะไปขัดขวางการพัฒนา แท้ที่จริงแล้วการพัฒนาระยะยาวกลับจะสำเร็จได้ก็ด้วยการอนุรักษ์ที่ถูกต้อง เราทั้งหลายคงไม่ลืมตัวอย่างที่พลโลกบางประเทศต้องอดอยากล้มตายไปเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นผลมาจากการไม่สงวนรักษาทรัพยากรธรรมชาตินั้นเอง
ประเทศไทยเราโชคดีที่สามารถจะอนุรักษ์ต่อไปได้อย่างมีความหวัง และมีกำลังใจ เพราะเรายังเหลือทรัพยากรธรรมชาติที่จำเป็นเพียงพอสำหรับการพัฒนาชาติทั้งทางด้านสังคมเศรษฐกิจและวิทยาการ ดังนั้นขอให้เราทุกคนตั้งใจมั่งที่จะปกป้องมรดกอันล้ำค่าของชาตินี้ไว้ให้ดีที่สุด
ข้าพเจ้าหวังอย่างยิ่งที่จะให้คนไทยเราภาคภูมิใจในความงดงามของธรรมชาติและความอุดมสมบูรณ์ของแผ่นดิน ขอให้เราร่วมมือร่วมใจกันอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้คงอยู่เป็นสมบัติของบ้านเมืองเราตลอดไป”

