ปาฐกถาในวันคุ้มครองสัตว์ป่า 26 ธันวาคม 2521
ณ ห้องประชุมมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
เรื่อง สัตว์ป่าที่กำลังจะสูญพันธุ์จากประเทศไทย

หากจะตั้งปัญหาถามขึ้นว่า “สัตว์ป่าอะไรในเมืองไทยกำลังจะสูญพันธุ์” ก็จะตอบได้ง่ายๆ ว่า “สัตว์ป่าในเมืองไทยเกือบทุกชนิดกำลังจะสูญพันธุ์” ทั้งนี้เพราะว่าป่าไม้ธรรมชาติ ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยและเป็นอาหารของสัตว์ป่ากำลังถูกทำลายหมดไป

ป่าไม้ที่รัฐบาลกำลังปลูก ก็เป็นพรรณไม้ที่คนต้องการใช้เอง เช่น ไม้สัก ไม้ยาง และไม้สนเขา จะเป็นอาหารของเหล่าสัตว์ป่าต่างๆ ก็ไม่ได้

ฉะนั้นสัตว์ป่าซึ่งเป็นสัตว์ใหญ่เกือบทุกชนิด เช่น ช้างป่า กระทิง วัวแดง ควายป่า ฯลฯ จะสูญพันธุ์หมดไปจากป่าของประเทศไทยภายใน 5-10 ปีข้างหน้านี้ จะมีเหลืออยู่บ้างก็แต่ในอุทยานแห่งชาติและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเท่านั้น

สัตว์เล็กอื่นๆ ก็จะมีจำนวนน้อยลง และสูญพันธุ์ไปเช่นเดียวกัน สัตว์ที่จะมีเพิ่มมากขึ้นก็จะมีแต่หนูนาและแมลงศัตรูพืชต่างๆ

  ป่าไม้ของประเทศไทยที่ภาพถ่ายดาวเทียมเมื่อปี 2417 ว่ายังคงมีอยู่ 38% ของเนื้อที่ประเทศนั้น ความจริงเป็นป่าที่รวมทั้งสวนยางพารา สวนเงาะ สวนทุเรียน และไร่เลื่อนลอย ถ้าหากจะมีการสำรวจให้แน่ชัดจริงๆ หรือทำ Spot check ด้วยแล้ว จะเห็นว่าประเทศไทยคงมีป่าไม้ที่สมบูรณ์เหลืออยู่ถึง 20% หรือไม่ก็ยังน่าสงสัย

ประเทศไทยมีชาวไร่เลื่อนลอยที่เป็นคนไทย และชาวเขาถึงราว 2 ล้านคน ทำลายป่าไม้เพื่อทำไร่
ปีละ 2-3 ล้านไร่ หรือ 2-3% ของเนื้อที่ประเทศเป็นอย่างน้อย

รัฐบาลบางสมัยคิดแต่จะหาเสียงกับชาวบ้าน กลับห้ามไม่ให้พนักงานป่าไม้ทำการจับกุมผู้บุกรุกป่าหรือถ้าหากจับไว้แล้วก็ปล่อยไปเสีย ถ้าปีใดรัฐบาลไม่สนใจที่จะอนุรักษ์ป่าไม้ตามกฎหมายแล้ว ปีนั้นป่าไม้ก็จะถูกทำลายไปมากขึ้นกว่าเดิม

  ในนามของนิยมไพรสมาคม ผู้ปาฐกขอแสดงความชื่นชมที่รัฐบาลเกรียงศักดิ์สนใจการอนุรักษ์ป่าไม้ จนถึงใช้มาตรา 27 ขอแสดงความชื่นชมกรมป่าไม้ และ ออป. ที่พยายามปลูกป่าดีขึ้นกว่ารัฐบาลชุดก่อนๆ เป็นอย่างมาก แต่ถ้าอย่างไรก็ตามจำนวนการปลูกป่าเพียงปีละ 1 แสนไร่ จะปลูกป่าทันกับผู้ที่โค่นถางทำลายป่าปีละ 2-3 ล้านไร่ได้อย่างไร เป็นสิ่งที่น่าวิตกไม่น้อย

การสูญพันธุ์ของเนื้อสมัน Schomburgk Deer

การสูญพันธุ์ของเนื้อสมันเป็นเรื่องที่น่าเศร้าที่สุดของประเทศไทย เพราะเนื้อสมันมีอยู่เฉพาะแต่ในประเทศไทยเพียงแห่งเดียวเท่านั้น เนื้อสมันเคยมีชุกชุมทั่วไปในภาคกลางที่เป็นทุ่งกว้าง สมันมีเขาที่มีกิ่งมาก จึงเข้าป่ารกๆ เหมือนกวางป่าธรรมดาไม่ได้

ในปี 2440 พระยาราชวรินท์ เจ้าเมืองสระบุรี จับเนื้อสมันตัวผู้ได้ตัวหนึ่งที่แก่งคอย มิสเตอร์เบทเก อธิบดีกรมรถไฟชาวเยอรมันในสมัยแรก จึงส่งไปให้สวนสัตว์ที่เบอร์ลิน หลังจากนั้นทางเยอรมันจึงได้ส่งคนมาจับหาสมันตัวเมีย เพื่อเอาไปไว้เป็นคู่ผสมพันธุ์ พอมาถึงเมืองไทยเขาก็ถามหา “โชมเบิกเดียร์” ทางราชการไทยก็พยายามจัดหานักสัตวศาสตร์ให้ แต่เมืองไทยในสมัยนั้นยังไม่มีนักสัตวศาสตร์ก็แนะนำให้ไปพบพระยาผู้หนึ่งซึ่งสนใจแต่ในเรื่องเลี้ยงม้าแข่ง พระยาคนนั้นไม่รู้จักโชมเบิกเดียร์ ซึ่งเป็นชื่อที่เพิ่งตั้งขึ้น แต่ก็พอจับหางเสียงได้ว่าเดียเดีย ก็เข้าใจผิดว่าเขาจะมาจับหากวางป่าหรือแซมบาเดียร์ จึงแนะนำให้ไปจับหาทางป่าโคราช ซึ่งอยู่เลยเขตของเนื้อสมันออกไปมาก ก็หาจับไม่ได้ แต่ความจริงในสมัยนั้น เนื้อสมันมีอยู่ชุกชุมทั่วไปในภาคกลาง เช่น ที่ทุ่งรังสิต พระโขนง สำโรง บางปู บางบ่อ หลังป้อมพระจุล มหาชัย สมุทรปราการ สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม เป็นต้น

ในปี 2471 ทางอังกฤษได้ส่งนายพลปิโกต์มาพยายามจับหาเนื้อสมันอีก แต่บังเอิญมาพบพระยา
ม้าแข่งคนนั้นเข้าอีก พระยาม้าแข่งคนนั้นก็แนะนำผิดๆ ให้ไปหาทางโครชและอิสาน และเลยไปทางอรัญอีก ก็จับหาไม่ได้ ทั้งๆ ที่เนื้อสมันยังคงมีพอหาได้แถวมหาชัย สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม

ในปี 2481 พระยาวินิจวันดา ซึ่งอยู่กรมป่าไม้ทราบข่าวว่ามีเนื้อสมันตัวผู้ตัวหนึ่ง สมภารที่วัดแห่งหนึ่งในมหาชัยเลี้ยงไว้ ก็รีบให้คนไปขอซื้อ แต่เคราะห์ร้ายที่ไปช้าไปเพียงวันเดียว มีคนมอญขี้เมาเดินเปะปะมาพบเนื้อสมันตัวนั้นขวางทางอยู่ก็ตีตายไปเสียก่อน ถึงอย่างไรก็ตามในสมัยนั้นก็ยังมีเนื้อสมันอยู่ในทุ่งกว้างของสมุทรสาครและสมุทรสงครามอยู่บ้าง แต่ก็ไม่มีใครสนใจจริงจัง พอมาในปีหลังๆ ทุ่งกว้างในจังหวัดต่างๆ ดังกล่าวแล้วก็ถูกเปิดทำเป็นนาเกลือ นาข้าว และนากุ้งกันมาก เนื้อสมันก็สูญพันธุ์ไปเลย

การสูญพันธุ์ของละองละมั่ง Eld’s Deer

ละอง (ตัวผู้) ละมั่ง (ตัวเมีย) ละองมีเขาโค้งงอเป็นตะขอ จึงต้องอยู่แต่ในป่าโปร่ง เข้าป่ารกไม่ได้ ละองละมั่งเคยมีอยู่ชุกชุมตามป่าเต็งรังที่เป็นป่าโปร่งทั่วไปทุกภาคในประเทศไทย ยกเว้นแต่ภาคใต้ไม่มี เพราะปักษ์ใต้ไม่มีป่าโปร่งมีแต่ป่าทึบ ละองละมั่งมีลงไปเพียงอำเภอเขาย้าย เพชรบุรีเท่านั้น

หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ประเทศไทยได้นำรถที่เหลือใช้จากสงครามเข้ามามาก เช่น รถจี๊ปเล็กจี๊ปกลาง การล่าสัตว์โดยใช้สปอตไลท์ยิงกลางคืนก็ทำกันมาก ภายในไม่กี่ปีละองละมั่งก็หมดสิ้นสูญพันธุ์จากประเทศไทย ละองตัวเมียคู่หนึ่งถูกยิงที่เขาวงพระจันทร์ ลพบุรี ด้วยการใช้รถจี๊ปเล็ก ในปี 2485 และในปี 2517 ละองละมั่งคู่สุดท้ายของเมืองไทยก็ถูกยิงที่ป่า อำเภอบ้านไร่ อุทัยธานี

ละองละมั่งที่มีอยู่หลังจากนั้นเป็นสัตว์ที่พ่อค้าสัตว์สั่งซื้อมาจากประเทศพม่า เอาเข้ามาทางแม่สอดไม่ใช่ละองละมั่งพันธุ์ไทยที่แท้จริง

การสูญพันธุ์ของเนื้อทราย Hog Deer

เนื้อทรายเป็นสัตว์ที่ชอบอยู่ตามหาดทรายริมแม่น้ำและทุ่งหญ้าใกล้ๆ บึงหนองทั่วไป เว้นแต่
ปักษ์ใต้ซึ่งไม่มีทุ่งกว้าง ฉะนั้นใครๆ จึงเรียกว่าเนื้อทราย เคยมีชุกชุมแถวบางปู บางบ่อ หลังป้อมพระจุล และตามชายทะเลของภาคกลางและจันทบุรี เนื้อทรายถูกทำลายโดยการส่องไฟยิงในเวลากลางคืน และหมดไปอย่างรวดเร็วพร้อมๆ กับละองละมั่ง

แรดและกระซู่ Javan and Sumatran Rhinoceroses

แรดเป็นสัตว์ที่มีนอบนจมูกเพียงนอเดียว กระซู่มีสองนอ สองชนิดนี้มีนิสัยคล้ายคลึงกัน คือชอบอยู่ในป่าดงดิบทั้งที่ราบต่ำและบนเขาสูง ชอบนอนปลักโคลนตมในหนองน้ำ เพื่อไม่ให้หนังแตกและไม่ให้แมลงรบกวน ร้านยาจีนชอบใช้เลือดและนอและอวัยวะอื่นๆ ของแรดผสมยา ฉะนั้น จึงถูกตามยิงกันมาก ปัจจุบันว่ายังมีอยู่สักตัวหรือสองตัวในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาเขียวที่ชัยภูมิ และที่คลองนาคา ระนอง และว่าพรานกะเหรี่ยงยังคงยิงได้บนเทือกเขาตะนาวศรี ทางตะวันตกของกาญจนบุรีปีละตัวหรือ 2-3 ปีก็ว่ายิงได้ตัวหนึ่ง

จากบันทึกของแบรดเล ซึ่งเดินเท้าจากพม่าเข้ามาเมืองไทยทางแม่สอดเมื่อราว 100 ปีมาแล้ว เขาว่าเขาได้ผ่านพบแรดและกระซู่ตามป่าเขาแทบทุกวัน แสดงว่าแรดและกระซู่ในสมัยนั้นมีชุกชุมเพียงไร ที่หนองน้ำบนยอดสูงสุดของดอยอินทนนท์ พรานชาวกะเหรี่ยงก็เคยยิงแรดได้ราว 4-5 ตัว เมื่อราว 70-80 ปีมาแล้ว เพราะว่ามันมีนิสัยชอบกลับมานอนปลักโคลนตามหนองน้ำที่มันเคยนอน มันจึงถูกตามล่ายิงกันได้ง่ายขึ้นจนจะสูญพันธุ์หมดไป

กูปรี Kourprey คำนี้เรียกตามสำเนียงเขมร

กูปรีเคยมีชุกชุมตามป่าโปร่งทางทิศใต้ของบุรีรัมย์ ขุขันธ์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบล ซึ่งอยู่ติดกับเขมร เมื่อ 4-5 ปีมานี้ก็ยังมีกูปรีย้ายถิ่นจากเขมรเข้ามาหากินทางป่าสุรินทร์ในฤดูฝน แต่ต่อมาเขมรได้ตัดถนนเลียบชายแดน และฝังระเบิดตามแนวทางที่จะขึ้นมายังไทยมาก กูปรีจึงไม่มีเข้ามาในเขตไทยอีก ปัจจุบันนี้กูปรีในเขตเขมรจะถูกล่าหมดไปหรือยังมีอยู่มากน้อยเพียงไรไม่มีใครรู้ได้

ควายป่า Wild Water Buffalo

มีรูปร่างคล้ายควายบ้าน แต่สูงใหญ่ เขากว้างกว่าควายบ้านมาก ในสมัยก่อนเคยมีชุกชุมตามป่าทั่วไปแทบทุกภาค และเพราะว่ามันมีนิสัยชอบกลับมานอนปลักโคลนตามหนองน้ำที่เดิมบ่อยๆ พรานชาวบ้าน จึงผูกห้างคอยยิงจนจะสูญพันธุ์ไป ปัจจุบันยังคงมีเหลืออยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าที่ห้วยหาแข้ง อุทัยธานี แต่เพียงแห่งเดียวเท่านั้น

เลียงผา

ชาวบ้านชอบล่าเอากระดูกและเขามาขายทำยากันมาก จึงมีพันธุ์น้อยลง คงมีตามเขาหินที่สูงชันบางแห่ง ในอุทยานแห่งชาติสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ยังคงพบเห็นกันบ่อย เลียงผามีสีน้ำตาลคล้ายแพะมาก แต่มีรูปต่อมระหว่างรูจมูกกับตา จึงผิดกับแพะธรรมดาและผิดกับกวางผา เพราะว่าเลียงผาชอบอยู่ตามเขาที่สูงชัน ซึ่งคนขึ้นไปตามล่ายากมาก จึงคงจะยังมีพันธุ์เหลืออยู่อีกนาน

กวางผา Goral

มีลักษณะคล้ายกับแพะภูเขา ผิดจากเลียงผาที่ตามตัวมีสีเทาๆ ไม่ดำอย่างเลียงผาและไม่มีรูต่อมระหว่างรูจมูกกับตา ในประเทศไทยเคยมีอยู่ตามทุ่งหญ้าบนไหล่เขาสูงทางตะวันตกของแม่น้ำปิง ซึ่งปัจจุบันนี้ถูกโค่นถางทำไร่ฝิ่นหมดไป จึงทำท่าจะสูญพันธุ์หมดไปด้วย ผู้ปาฐกขอแสดงความชื่นชมกองอนุรักษ์สัตว์ป่าของกรมป่าไม้ที่ได้จัดตั้งเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าที่ป่าแม่ตื่น อมก๋อย ทางทิศตะวันตกของเขื่อนภูมิพล ซึ่งยังคงมีกวางผาอยู่อีกราว 30 ตัว

ช้างป่า Elephant

ประเทศไทยเคยมีช้างชุมมาก เคยใช้ช้างในการสงคราม ในการขนส่ง และในการทำป่าไม้ จนถึงกับเคยมีธงชาติเป็นรูปช้าง ช้างเป็นสัตว์บกที่ใหญ่ที่สุด ฉะนั้นช้างจึงต้องมีป่าอันกว้างขวางสำหรับเป็นที่อยู่และหากิน แต่ในปัจจุบันนี้ป่าไม้ถูกโค่นถางทำลายเพื่อทำไร่เลื่อนลอยกันมาก จนช้างไม่มีที่อยู่และที่หากินเพียงพอ จำนวนของช้าป่าจึงลดลงอย่างรวดเร็ว

ยิ่งกว่านั้นปัจจุบันนี้พรานชาวบ้านนอกจากจะยิงล่าช้างเพื่อเอางาแล้ว ยังชอบล่าช้างเพื่อทำเนื้อเค็มขายกันมากด้วย จึงทำให้ช้างป่าหมดสิ้นสูญพันธุ์เร็วขึ้นอีกมาก

การพัฒนาด้วยการตัดถนน แล้วปล่อยให้ชาวบ้านโค่นถางป่าสองข้างทางหมดไป ก็เป็นการทำลายการย้ายถิ่นที่หากินของโขลงช้างจากป่าหนึ่งไปยังป่าถัดไป จำนวนของช้างป่าจึงลดลงอย่างรวดเร็ว

ปัจจุบันนี้ช้างป่าในประเทศไทยมีจำนวนเหลืออยู่ราว 2,600-4,450 ตัว ถ้าหากเรายังทำใจเย็นอยู่เช่นนี้ ภายในอีกไม่กี่ปีช้างป่าก็จะสูญพันธุ์หมดไปจากประเทศไทยอย่างแน่นอน

กระทิงและวัวแดง Gaur and Banteng

กระทิงเคยมีอยู่ชุกชุมตามป่าดงดิบที่ร่มเย็นทุกภาคของประเทศไทย ส่วนวัวแดงนั้นชอบอยู่และหากินตามป่าโปร่งมากกว่ากระทิง และเคยมีอยู่ชุกชุมทุกภาคเว้นแต่ปักษ์ใต้ (เพราะปักษ์ใต้มีแต่ป่าทึบ ไม่มีป่าโปร่งให้วัวแดงออกหากินได้) ในปัจจุบันนี้ป่าเกือบทุกแห่งถูกทำลายกันมาก ชาวบ้านเห็นกระทิงและวัวแดงที่ไหนก็ยิงกันเรื่อยไป กระทิงและวัวแดงจึงไม่มีที่อยู่อาศัยอย่างปลอดภัยต่อไป ปัจจุบันนี้กระทิงมีจำนวนทั้งหมดในประเทศไทยราว 500 ตัว และวัวแดงราว 200 ตัว วัวแดงจะสูญพันธุ์หมดไปก่อนภายใน 5 ปีนี้ ส่วนกระทิงนั้นจะสูญพันธุ์หมดไปในราว 10 ปี แต่คงจะมีเหลืออยู่ในอุทยานแห่งชาติและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าบางแห่ง เช่น ในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ หรือในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองนาคา เป็นต้น แต่ก็อาจจะสูญพันธุ์หมดไปเลยด้วยโรครินเดอเพสท์หรือโรคอื่นๆ จากวัวควายชาวบ้านก็ได้

เสือโคร่ง เสือดาว Tiger and Leopard

เสือโคร่งและเสือดาวต้องอาศัยจับสัตว์ต่างๆ เช่น กวาง เก้ง และหมู่ป่า เป็นอาหาร เมื่อสัตว์ป่าต่างๆ ลดจำนวนลง เสือโคร่งและเสือดาวก็จะมีจำนวนลดน้อยลงด้วย ตามธรรมดาเสือโคร่งและเสือดาวจะไม่กินคน เว้นแต่เมื่อมันแก่มากหรือเจ็บป่วยอดอยากมาก เช่น เสือโคร่งตัวหนึ่งที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่เมื่อเร็วๆ นี้ เสือตัวนี้แก่มากเขี้ยวทู่เกือบหมด ฟันเป็นรำมะนาดหลุดไป 2-3 ซี่ ตามอุ้งเท้าเต็มไปด้วยหนามหวายหักฝังอยู่ในอุ้งเท้า ตามสีข้างก็มีหนามหวายฝังอยู่ใต้หนังหลายอัน เสือโคร่งตัวนี้คงจับสัตว์อื่นกินไม่ได้และอดอยากมากจึงหันเข้ากินคน และเมื่อมันได้กินคนสักครั้งหนึ่งแล้ว มันจะชอบกินคนตลอดไป เพราะคนไม่มีเขี้ยวเล็บที่จะต่อสู้ หนังก็บาง ขนไม่มีมาก กินก็ง่าย

ทุกวันนี้เสือโคร่งและเสือดาวหาอาหารได้ยากมาก เพราะสัตว์ป่าที่เป็นอาหารของมันมีจำนวนน้อยลงมาก พอพรานเอาเนื้อเน่าๆ ใส่กรงเหล็กไปดักไว้เมื่อไร เสือโคร่งและเสือดาวก็มักเข้ากินและถูกฆ่าถูกถลกหนังและเอากะโหลกไปขายพวกทูริสท์กันหมด

นิยมไพรสมาคมขอแสดงความชื่นชมที่กองอนุรักษ์สัตว์ป่าได้ควบคุมการขายหนังและกะโหลกเสือได้เป็นอย่างดี มิฉะนั้นเสือโคร่งและเสือดาวจะถูกดักล่ามากกว่านี้และสูญพันธุ์หมดไปเร็วกว่านี้

เสือเล็กต่างๆ Smaller Cats

เสือชนิดเล็กต่างๆ ที่มีพันธุ์น้อยลงและทำท่าจะสูญพันธุ์ไปในเร็วๆ นี้ก็มีเสือลายเมฆ แมวลายหินอ่อน เสือไฟ และแมวป่าหัวแบน เสือเล็กๆ เหล่านี้ไม่มีสายเสียงที่จะส่งเสียงคำรามได้เหมือนเสือใหญ่

เสือลายเมฆ Clouded Leopard มีขนาดใหญ่เกือบเท่าเสือดาว มีลายคล้ายเมฆก้อนใหญ่ๆ ข้างตัว มีอยู่ประปรายทุกภาค

แมวลายหินอ่อน Marbled Cat ดูเผินๆ คล้ายกับเสือลายเมฆ แต่ลายเมฆไม่ชัด มีจุดดำเล็กๆ ตามขาและมีขนาดเล็กกว่ามาก มีอยู่ทางเทือกเขาตะนาวศรีและปักษ์ใต้

เสือไฟ Golden Cat มีลายแต่ที่หน้า ไม่มีจุด ไม่มีลายตามตัว หางและขาทั้งสี่ค่อนข้างยาว มีทุกภาคเว้นแต่ภาคกลาง

แมวป่าหัวแบน Flat headed Cat หางสั้น หูเล็ก หน้าผากแบน ไม่มีจุดไม่มีลายตามตัว มีอยู่ทาง
ปักษ์ใต้

เสือเล็กๆ เหล่านี้มีจำนวนน้อยลงมาก อาจจะสูญพันธุ์หมดไปเมื่อไรก็ได้ ส่วนเสือเล็กอื่นๆ ยังคงมีชุมอยู่ เช่น แมวป่าหรือเสือกระต่าย เสือปลา และแมวดาวยังมีจำนวนที่ยังพบกันบ่อย 

นาก Otters

นากมีในประเทศไทย 4 ชนิด คือ นากใหญ่ธรรมดา นากใหญ่ขนเรียบ นากใหญ่จมูกขน และนากเล็กเล็บสั้น ชนิดหลังสุดนี้เป็นชนิดที่พบกันบ่อย และมักจะได้เห็นกันในสวนสัตว์ทั่วๆ ไปบ่อยๆ นากชนิดนี้มีเล็บสั้นแบนๆ คล้ายเล็บคน ส่วนนาก 3 ชนิดแรกนั้นมีเล็บยาวแหลมคล้ายเล็บ นกสามชนิดนี้หายากเข้าทุกที และทำท่าจะสูญพันธุ์ไปจากประเทศไทย

ชะนี Gibbons

ชะนีมีในประเทศไทยเพียง 3 ชนิด คือ ชะนีธรรมดา ชะนีมงกุฎ และชะนีมือดำ ชนิดหลังสุดนี้พึ่งพบมีอยู่ทางชายเขตแดนไทยมลายูเมื่อเร็วๆ นี้ ส่วนชะนีแก้มขาวนั้นมีอยู่ในประเทศลาว ไม่เคยมีในป่าประเทศไทยเลย ชะนีธรรมดานั้นมีอยู่ทุกภาค ยกเว้นแค่ภาคตะวันออก (ทางจันทบุรี) ชะนีมงกุฎนี้มีตั้งแต่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ลงไปจนถึงจังหวัดจันทุบรีและจังหวัดตราด (ทางจันทบุรี) ชนิดนี้มีจำนวนน้อยลงไปอย่างรวดเร็ว เพราะมีการโค่นถางป่าทางภาคตะวันออกกันมากจนชะนีมงกุฎหาที่อยู่ที่กินได้ยาก กองอนุรักษ์สัตว์ป่าจึงได้ควบคุมการจับชะนีมาเลี้ยงและขายส่งไปต่างประเทศ มิฉะนั้นชะนีต่างๆ จะหมดสิ้นสูญพันธุ์ไปได้ในเร็วๆ นี้

ค่าง Langurs

ค่างในประเทศไทยมี 4 ชนิด คือ ค่างดำ ค่างแว่นถิ่นใต้ ค่างหงอก ค่างแว่นถิ่นเหนือ และทุกๆ ชนิดก็มีทีท่าว่าจะสูญพันธุ์ได้ เพราะคอเหล้าชาวบ้านพากันเข้าใจผิดคิดว่าเลือดค่างจะมีประโยชน์ในการบำรุงร่างกาย จึงชอบล่าหรือดักจับค่างเพื่อเอาเลือดไปผสมกับเหล้าดื่มกันมาก จึงทำให้ค่างลดจำนวนลงอย่างรวดเร็ว และอาจจะสูญพันธุ์ได้ในเร็วๆ นี้

ค้างคาวกิติ Kitti’s Hog-nosed Bat

เป็นสัตว์ที่เลี้ยงลูกที่เล็กที่สุดในโลก เพราะมีขนาดเล็กกว่าปลายก้อย และมีน้ำหนักตัวไม่ถึง 2 กรัม ค้างคาวนี้มีนายกิติ ทองลงยา พึ่งค้นพบใหม่ในปี 2516 ที่ถ้ำเล็กๆ 2-3 ถ้ำ ในสวนสักที่น้ำตกไทรโยค กาญจนบุรี ยังไม่เคยพบที่ถ้ำอื่นๆ เลย เนื่องจากบริเวณที่มีค้างคาวนี้มีเนื้อที่น้อย หากมีอะไรทำให้สิ่งแวดล้อมในบริเวณนี้เปลี่ยนแปลงไป ค้างคาวกิติก็อาจจะสูญพันธุ์ไปได้อย่างง่าย ฉะนั้นการรักษาสิ่งแวดล้อมในป่าบริเวณนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญในการที่จะรักษาพันธุ์ค้างคาวนี้ไว้ไม่ให้สูญพันธุ์

กระรอกดำ Callosciurus finlaysoni nox

กระรอกชนิดนี้มีสีดำทั่วทั้งตัว ไม่มีสีอื่นปะปนเลย พบเฉพาะตามป่าชายทะเลตั้งแต่สัตหีบขึ้นมาจนถึงชลบุรี ปัจจุบันชายทะเลแถนี้ถูกโค่นถางจนเกือบหมด ยังคงมีป่าอยู่บนเขาแห่งละเล็กละน้อย รวมทั้งป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาเขียว เขาชมพู่ที่ชลบุรี ซึ่งเป็นป่าที่มีเนื้อที่เพียงเล็กน้อย จึงเป็นสิ่งที่น่าวิตกว่ากระรอกชนิดนี้จะสูญพันธุ์หมดไปได้ง่ายๆ

กระรอกหมอบุญส่ง Callosciurus finlaysoni boonsongi

กระรอกชนิดนี้ Dr. Moore และ Tate ตั้งชื่อนี้ขึ้นเมื่อปี 1965 กระรอกชนิดนี้มีผิดแผกแตกต่างกันออกไปเป็นสามสีไม่เหมือนกัน บางตัวเป็นสีดำ แต่ใต้ท้องสีเทาและมีขอบหูขาว บางตัวสีน้ำตาลแกมดำ บางตัวสีเทาแกมดำ แต่ที่หน้าใต้คอและใต้ท้องเป็นสีขาว พบกันบ่อยทางอีสานและที่อุทยานแห่งชาติเขาภูพาน ปัจจุบันป่าทางอีสานถูกโค่นถางไปมาก จึงเป็นที่น่าวิตกว่ากระรอกชนิดนี้อาจสูญพันธุ์หมดไปได้

พญากระรอกเหลือง Cream-colored Giant Squirrel

เป็นกระรอกชนิดใหญ่สีน้ำตาลอ่อนทั้งตัว มีเฉพาะทางปักษ์ใต้ ถูกจับล่ามาขายกันมาก ปัจจุบันนี้
หายากเข้าทุกที อาจจะสูญพันธุ์หมดไปได้ในไม่ช้านี้

พญากระรอกบินสีดำ Large Black Flying Squirrel

เป็นกระรอกบินชนิดใหญ่ที่มีสีดำทั้งตัว มีอยู่เฉพาะทางปักษ์ใต้ เวลานี้หายากมาก อาจจะสูญพันธุ์ไปได้ในเร็วๆ นี้

หนูหญ้าดอยอ่างกา Pere David’s Vole

หนูหญ้าดอยอ่างกา (ชื่อเดิมเรียกกันว่าหนูน้ำดอยอ่างกาแต่ไมได้อยู่ในน้ำ) มีสีเทาทั้งตัว หน้าสั้น ตีนเล็ก มีขนาดโตกว่าหนูถีบจักรหน่อย แต่หางสั้น หนูนี้อาศัยและหากินตามพื้นดินที่มีมอสคลุมบนดอยอ่างกา หนูนี้ไม่ทำลายข้าวเปลือกและพืชไร่ มีค่อนข้างชุมบนยอดสูงสุดของดอยอินทนนท์รอบๆ ดอยอ่างกา แต่เพราะว่าเนื้อที่ที่มีสัตว์ชนิดนี้มีเพียงเล็กน้อย ฉะนั้นหากมีสิ่งใดที่ทำให้สิ่งแวดล้อมในบริเวณนี้เปลี่ยนแปลงไป ก็จะทำให้สัตว์นี้สูญพันธุ์หมดไปได้ง่ายๆ

อีเห็นลายพาด Banded Palm Civet

เป็นสัตว์คล้ายอีเห็นมีขนาดเท่าอีเห็น คอยาว หางยาว ขาสั้น มีลายเป็นแถบข้ามหลัง มีเฉพาะแต่ทางปักษ์ใต้ ปัจจุบันนี้หายากมากขึ้นทุกที อาจสูญพันธุ์ได้ในเร็วๆ นี้

อีเห็นน้ำ Otter Civet

อีเห็นน้ำเป็นสัตว์ในจำพวกอีเห็น แต่ไม่ชอบขึ้นต้นไม้ กลับชอบลงน้ำตามบึงหนองและลำห้วย เพื่อหาสัตว์น้ำ เช่น ปลา กบ เขียด ปู และหอย กิน ฉะนั้น สัตว์นี้จึงมีพังผืดระหว่างโคนนิ้ว หางสั้น มีริมฝีปากกว้างกลม และมีหนวดเส้นแข็งๆ และยาวมาก สัตวนี้ถูกจับขายกันมากจนน่ากลัวจะสูญพันธุ์

ชะมดแปลง Linsangs

ชะมดแปลงผิดจากชะมดแท้ที่ไม่มีต่อมน้ำเหม็นที่ข้างก้น ในประเทศไทยมี 2 ชนิด คือ ชะมดแปลงลายแถบ พบทางปักษ์ใต้ และชะมดแปลงลายจุด ซึ่งพบทางภาคเหนือ ทั้งสองชนิดหายากมากขึ้นทุกที น่ากลัวจะสูญพันธุ์ในเร็วๆ นี้

เพียงพอน Weasles

ดูคล้ายกับพังพอน แต่ตัวเล็กกว่า ตัวยาว ขาสั้น หางยาว เวลามันวิ่งดูคล้ายกับว่ามันเลื้อยไปบนดิน เป็นสัตว์ที่ดุร้ายกระหายเลือดมาก ในประเทศไทยมี 3 ชนิด คือ เพียงพอนเหลืองทางภาคเหนือ เพียงพอนเส้นหลังขาวทางภาคเหนือ และเพียงพอนเล็กสีน้ำตาลทางปักษ์ใต้ ทั้ง 3 ชนิดนี้หายากขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก เข้าใจว่าจะสูญพันธุ์ไปจากเมืองไทยในเร็วๆ นี้

สมเสร็จ Malayan Tapir

สมเสร็จเป็นสัตว์ที่มีงวงสั้นๆ คล้ายช้าง มีเท้าคล้ายแรด มีเนื้อคล้ายหมู ใครๆ จึงเรียกมันว่าผสมเสร็จ หรือสมเสร็จ เป็นสัตว์ที่ไม่มีเขาหรือเขี้ยวไว้ป้องกันตัว เห็นศัตรูเข้าก็ได้แต่วิ่งมุดหนีเข้าป่าเข้ารกเรื่อยไป บางครั้งก็วิ่งหนีลงไปดำน้ำอยู่ในห้วยลึก สัตว์นี้ถูกชาวบ้าน (อิสลาม) ยิงทิ้ง และคนไทยยิงกิน และจับขายกันมาก ปัจจุบันมีจำนวนน้อยลงมาก อาจจะสูญพันธุ์หมดไปในเร็วๆ นี้

นิ่ม หรือลิ่น Pangolins

เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมแต่มีเกล็ดตามตัว ดูเผินๆ คล้ายเหี้ยตะกวด ในเมืองไทยมี 2 ชนิด คือ ลิ่นหางยาว (Malayan Pangolin) และลิ่นหางสั้น (Chinese Pangolin) ชนิดหลังมีเล็บหน้ายาวกว่าชนิดก่อนมาก ชาวบ้านชอบจับลิ่นมาฆ่าเพื่อเอาเกล็ดขายตามร้านยาจีน ปัจจุบันจึงมีจำนวนน้อยลงอย่างรวดเร็ว น่ากลัวว่าจะสูญพันธุ์ได้ภายในไม่ช้า

เก้งหม้อ หรือเก้งดำ Fea’s Barking Deer

เก้งหม้อ หรือเก้งดำ เป็นอีเก้งที่ชอบอยู่ตามป่าดงทึบบนเทือกขาตะนาวศรี ตั้งแต่จังหวัดตากลงไป
จนถึงราชบุรี บางคนจึงเรียกมันว่าอีเก้งดง อีเก้งนี้มีสีบนหลังค่อนข้างดำใต้ท้องขาวจางๆ ส่วนบนของหางดำเข้าใต้หางขาว ด้านหน้าของขาหลังเป็นแถบสีขาว ปลายขาทั้งสี่ดำแต่บนกีบมีสีขาว บนจมูกเป็นแถบสีดำขึ้นไปจนถึงด้านในของโคนเขาทั้งสองข้าง อีเก้งชนิดนี้หายากขึ้นทุกที น่ากลัวว่าจะสูญพันธุ์ไปได้เร็วๆ นี้

ปลาพยูน หรือหมูน้ำ Dugong

ปลาพยูนเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีเนื้อคล้ายหมู แต่มีรูปร่างคล้ายปลา เคยมีอยู่ในอ่าวไทย และทางฝั่งภูเก็ต แต่ปัจจุบันนี้เรืออวนลากมีมาก ลากติดอวนตายหมดไปแทบทุกปี จึงน่าวิตกว่าจะสูญพันธุ์หมดไปจากชายทะเลไทยได้ในไม่ช้านี้

เป็ดก่า White-winged Wood Duck

เป็นเป็ดป่าขนาดใหญ่มีขนาดตัวเท่าๆ กับเป็ดเทศ สีดำแกมน้ำเงินทั้งตัว มีแถบปีกขาว หัวและคอขาว มีจุดดำ ชอบทำรังในโพรงไม้ใหญ่ เป็ดก่าเคยมีตามลำห้วยในป่าบนไหล่เขาทางภาคเหนือและเทือกเขาเพชรบูรณ์ แต่ในระยะหลังถูกยิงล่ากันมากจึงทำท่าจะสูญพันธุ์ไป

นกช้อนหอยใหญ่ Giant Ibis

เป็นนกขนาดค่อนข้างใหญ่ ปากโค้งและยาวมาก ชอบใช้ปากล้วงรูปูตามบึงหนองในป่าดงทาง
จันทบูรณ์และตราด ในระยะหลังๆ นี้ไม่ใครพบนกนี้เลย จึงอาจจะสูญพันธุ์ได้

นกยางพันธุ์จีน Chinese Egret

เป็นนกยาง คล้ายนกยางเล็ก แต่โคนปากเหลือง และปากหนากว่านกยางเล็กขนเปียเป็นพู่สั้นๆ
ไม่ห้อยยาวอย่างในนกยางเล็ก ชนิดนี้หายากเข้าทุกที

นกสต๊อค (กระสา) กระทุง และกระเรียน Storks, Pelicans and Sarus Crane

นกสต๊อค (กระสา) ทุกชนิด เช่น นกตะกรุม นกตะกราม นกกระสาคอดำ กระสาคอขาว นกกาบบัว หายากขึ้นเรื่อยๆ เพราะนกใหญ่เหล่านี้หาที่อยู่ที่หากินที่ปลอดภัยได้ยาก ตัวของมันมีขนาดใหญ่ใครเห็นใครชอบลงมือ ยิงเล่นกันเรื่อยๆ มีแต่นกปากห่างเท่านั้นที่มีจำนวนมากขึ้นที่วัดไผ่ล้อม ปทุมธานี ทั้งนี้ด้วยความเอาใจใส่ของเจ้าอาวาส นิยมไพรสมาคม และกรมป่าไม้ ปัจจุบันนี้นกสต๊อคแทบทุกอย่าง รวมทั้งนกกระทุงและนกกระเรียนกำลังจะสูญพันธุ์หมดไปจากประเทศไทย

ไก่ฟ้า Pheasants

ไก่ฟ้าทุกชนิด เช่น ไก่ฟ้าหลังเทา ไก่ฟ้าหลังขาว ไก่ฟ้าหน้าเขียว ทางปักษ์ใต้และไก่ฟ้าพญาลอ หายากมากขึ้น เพราะป่าที่นกเหล่านี้เคยอยู่เคยหากินถูกโค่นทำลายหมดไป ไก่ฟ้าทุกชนิดรวมทั้งนกกระทาดงอีกหลายชนิด จึงกำลังจะสูญพันธุ์หมดไปจากประเทศไทย

นกยูง นกหว้า และนกแว่น Green Peafowl, Argus Pheasant and Peacock Pheasant

นกยูงที่เคยร้อง “ก้กๆ กระต๊งฮง” ตามยอดไม้สูงในยามเย็นนั้น ในเวลานี้เกือบไม่มีร้องให้ฟังกันต่อไปอีกแล้ว เพราะส่งเสียงร้องที่ไหนก็โดนปืนทุกที นกหว้า นกแว่นสีน้ำตาล ทางมลายูยังคงมีเหลืออยู่บ้าง แต่นกแว่นสีเทา ซึ่งเคยมีทางกาญจนบุรีหายากขึ้นมาก น่ากลัวจะสูญพันธุ์หมดไปในเร็วๆ นี้

นกเงือก Hornbills

นกเงือกทุกชนิด ตัวเมียต้องเข้าไปเก็บตัววางไข่กกไข่อยู่ในโพรงไม้ใหญ่ๆ แต่ปัจจุบันนี้ต้นไม้ใหญ่ๆ ถูกลักตัดเข้าโรงเลื่อย ป่าไม้ถูกทำลายหมดไป นกเหล่านี้จึงหาโพรงไม้ทำรังได้ยากขึ้น นกเงือกหัวแรดและนกชนหิน (Rhinoceros Hornbill and Helmeted Hornbill) ซึ่งเคยมีทางปักษ์ใต้จะสูญพันธุ์หมดไปก่อนชนิดอื่นๆ

นกโกโรโกโส Red-billed Ground Cuckoo

นกนี้ถึงมีชื่อไม่ไพเราะ แต่มีรูปร่างและสีสันสวยงามมาก ชอบหากินแมลงด้วงตามมูลช้าง มูลกระทิงในป่าทางภาคอีสาน แต่เดี๋ยวนี้ป่าถูกทำลายหมดไป นกนี้จะสูญพันธุ์หมดไปเช่นเดียวกัน

เหยี่ยวค้างคาว Bat Hawk

เหยี่ยวค้างคาวเป็นเหยียวสีดำมีหงอนสั้นๆ อกสีขาวมีจุดดำๆ มีนิสัยชอบโฉบจับค้างคาวกินตอนจวนพลบ เคยมีทางปักษ์ใต้ แต่เดี๋ยวนี้หายาก

นกหัวขวานใหญ่ Great Slaty and White-bellied Woodpeckers

นกหัวขวานใหญ่สีเทาและนกหัวขวานใหญ่สีดำ เป็นนกที่มีขนาดใหญ่กว่านกหัวขวานอื่นๆ เคยมีชุกชุมตามป่าต่างๆ แต่ชาวบ้านเข้าใจผิดคิดว่านกนี้เข้ายารักษาโรคหืดได้ จึงชอบเที่ยวหายิงนกนี้ไปเข้ายากันมาก ปัจจุบันนี้จึงมีจำนวนลดลงมาก อาจสูญพันธุ์ได้ในเร็วๆ นี้

นกลุมพูขาว และนกชาปีไหน Pied Imperial Pigeon and Nicobar Pigeon

นกลุมพูขาวและนกชาปีไหนเคยมีชุมตามเกาะต่างๆ ทางปักษ์ใต้ แต่เพราะนกทั้งสองอย่างนี้สวยงามมากจึงถูกจับไปขายกันมาก ป่าไม้ตามเกาะต่างๆ ก็ถูกทำลายหมดไปอย่างรวดเร็ว จึงเข้าใจว่าจะสูญพันธุ์หมดไปในเร็วๆ นี้

นกเจ้าฟ้าหญิงสิรินธร Princess Sirinthorn’s White-eyed River Martin

นกนี้นายกิติ ทองลงยา พบที่บึงบอระเพ็ด ในปี 2511 เป็นนกชนิดใหม่ที่ไม่มีใครเคยพบเห็นมาก่อน นายกิติได้กราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขอถวายชื่อนกนี้เป็นพระเกียรติแก่เจ้าฟ้าหญิงสิรินธร พระองค์ทรงอนุญาต เราจึงเรียกนกนี้ว่านกเจ้าฟ้าหญิงสิรินธร นกนี้เคยพบเฉพาะที่บึงบอระเพ็ดแต่เพียงแห่งเดียว ไม่เคยพบที่ใดอีกเลย ยังไม่ทราบชีวิตของนกนี้เลยว่าทำรังวางไข่ที่ไหนอย่างไร ปัจจุบันมีคนดักจับนกนางแอ่นต่างๆ รวมทั้งนกนี้ไปขายตามตลาดกันบ่อย จึงน่ากลัวว่าจะสูญพันธุ์ไปได้ในไม่ช้านี้

จรเข้น้ำเค็มและน้ำจืด Salt Water and Fresh Water Crocodiles

จรเข้น้ำเค็มเคยพบตามปากแม่น้ำทุกแห่งและตามเกาะต่างๆ หลายเกาะและจระเข้น้ำจืดก็เคยมีตามแม่น้ำและบึงหนองหลายแห่งในประเทศไทย แต่เดี๋ยวนี้สูญพันธุ์หมดไปแล้วหลายแห่งจนเกือบจะสูญพันธุ์ แต่เคราะห์ดีที่ฟาร์มจรเข้ที่สมุทรปราการได้ขยายพันธุ์จรเข้ทั้งสองชนิดนี้ได้มาก จึงเข้าใจว่าคงจะไม่สูญพันธุ์หมดไปได้ง่าย

ตะโขง False Gavial

ตะโขงเป็นจระเข้ปากยาวซึ่งชอบกินแต่ปลา ไม่กินคน ตามธรรมดาเคยมีอยู่ตามลำน้ำทางปักษ์ใต้หลายแห่ง แต่เดี๋ยวนี้หาได้ยากมาก จึงต้องให้การคุ้มครองไม่ให้สัตว์นี้สูญพันธุ์

เต่าทะเล Sea-turtles

เต่าทะเลในประเทศมี 5 ชนิด เฉพาะในอ่าวไทยส่วนมากเป็นเต่ากระและเต่าตะนุ ส่วนทางฝั่งภูเก็ต มีเต่ามะเฟือง เต่าริดเลย์ และเต่าลอกเกอเฮด เต่าทั้ง 5 ชนิดในทะเลไทยนี้มีโชคชะตาคล้ายคลึงกัน คือวางไข่ได้เท่าไร คนก็เก็บไข่เอาไปกินและขายกันหมด บางครั้งเวลาขึ้นไข่บนหาดก็ถูกชาวประมงจับพลิกผ่ากระดองเอาเนื้อและไข่ในท้อง และเอากระดองไปขายกันมาก เรืออวนของชาวประมงก็ลากเอาเต่าติดอวนทำให้เต่าทะเลจมน้ำตายปีละมากๆ จำนวนของเต่าทะเลภายในอ่าวไทยจึงน้อยลงอย่างรวดเร็ว จึงเป็นที่น่าวิตกว่า เต่ากระและเต่าตะนุในอ่าวไทยอาจสูญพันธุ์หมอไปได้ภายในไม่กี่ปีนี้

เต่าปูลู Platysternum megacephalum

เป็นเต่าห้วยตามภูเขาสูงทางภาคเหนือ และเทือกเขาเพ็ชรบูรณ์และตะนาวศรี มีกระดองแบน หัวโตจนหัวเข้ากระดองไม่ได้ หางก็ยาวมากกว่าเต่าอื่นๆ มีคนชอบจับเต่านี้มาขายกันมาก ปัจจุบันนี้จึงหาดูเต่าชนิดนี้ตามถิ่นที่เคยมีได้ยากมาก จึงน่ากลัวว่าจะสูญพันธุ์หมดไปภายในไม่ช้านี้

เต่ากระอาน Batagur baska

เป็นสัตว์น้ำกร่อยขนาดใหญ่ที่เคยมีชุมในทะเลสาบสงขลาและพัทลุง เคยขึ้นไข่ตามชาวหาดในทะเลสาบนี้มาก แต่คนเก็บไข่กินและเก็บตัวขายเพื่อฆ่ากินเนื้อตามร้านอาหารกันมาก ปัจจุบันนี้หาได้ยากมาก จึงน่ากลัวว่าจะสูญพันธุ์ได้ในเร็วๆ นี้

กบทูด Yala Giant Frog (Rana blythi)

กบทูดเป็นกบที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ตัวที่โตเต็มที่มีน้ำหนักตัวไม่น้อยกว่า 5 กิโลกรัม ใหญ่กว่ากบยักษ์ในแอฟริกามาก ตัวที่มีขนาดใหญ่น้ำหนักมาก จะมีเฉพาะในอำเภอเบตงและบันนังสตาของจังหวัดยะลา เนื่องจากมีคนจับกบนี้กินและขายกันมาก จึงหากบที่มีขนาดใหญ่ๆ เหมือนในสมัยก่อนๆ ดูกันไม่ใคร่ได้ กองอนุรักษ์สัตว์ป่าน่าจะจัดตั้งเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอีกแห่งหนึ่งที่จังหวัดยะลา

ผีเสื้อนางพญากอดเฟรย์ The Godfrey’s Jungle Queen, Sticopthalma godgreyi

เป็นแมลงผีเสื้อกลางวันที่สวยและมีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย นายกอดเฟรย์เคยพบทางทิศตะวันตกของจังหวัดกาญจนบุรี เมื่อ 50 ปีมาแล้วครั้งหนึ่ง นายอรุณ สำรวจกิจ พึ่งมาพบที่ภูเขาบรรทัดทางปักษ์ใต้อีกครั้งหนึ่งเมื่อ 3 ปีที่แล้วมา เป็นแมลงที่อาจจะสูญพันธุ์หมดไปได้ง่ายชนิดหนึ่ง

ปลาบึก Giant Fresh-Water Cat-fish

เป็นปลาน้ำจืดที่มีขนาดใหญ่ที่สุด มีขนาดยาวราว 3 เมตร หนักเต็มที่ราว 1 ตัน เป็นปลาที่ไม่มีเกล็ด ดูคล้ายปลาสวาย มีเฉพาะในแม่น้ำโขง ถูกชาวประมงแถวหนองคายอุบล และแม่น้ำมูล จับในฤดูที่ปลานี้ผสมพันธุ์วางไข่ในต้นฤดูฝนกันมาก ราวปีละ 20 ตัว จึงเป็นที่วิตกว่าจะสูญพันธุ์ไปได้เร็วๆ นี้

สรุป การอนุรักษ์สัตว์ป่าในประเทศไทย

นิยมไพรสมาคมได้ทำการเรียกร้องให้ประเทศไทยมี พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าอยู่เกือบ
10 ปี จนกระทั่ง พ.ร.บ. นี้ผ่านสภาได้สำเร็จเมื่อปี 2503 แต่สัตว์ป่าต่างๆ ก็ยังหมดสิ้นสูญหายไปอย่างรวดเร็วตลอดมา และสัตว์ป่าต่างๆ ราว 50 ชนิดกำลังจะสูญพันธุ์หมดไปจากเมืองไทย ดังที่ได้ประมวลมาไว้ในปาฐกถานี้ เหตุที่การอนุรักษ์สัตว์ป่าไม่ได้ผล สรุปได้ดังต่อไนปี้

1. ป่าไม้ถูกทำลาย ป่าไม้ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยและเป็นแหล่งอาหารของสัตว์ป่าถูกโค่นถางทำลายหมดไปอย่างรวดเร็ว สัตว์ป่าต่างๆ ที่เคยอาศัยอยู่ตามป่าต่างๆ จึงถูกทำลายหมดไปไม่น้อยกว่า 90% ภายใน 30 ปีที่แล้วมา

2. ขาดงบประมาณ พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าเป็นของใหม่สำหรับประเทศไทย งบประมาณจึงมีน้อย เจ้าหน้าที่มีจำนวนน้อยเกินไปไม่พอที่จะให้การคุ้มครองสัตว์ป่าตามป่าต่างๆ ให้เพียงพอ ชาวบ้านป่าเห็นสัตว์ป่าที่ไหนก็ยังคงจับขายและยิงกินกันตลอดมา

3. ขาดความสนใจจากรัฐบาล รัฐบาลบางสมัยในความเอาใจใส่ในการรักษา พ.ร.บ. ป่าไม้และสัตว์ป่าดี แต่รัฐบาลบางสมัยไม่เอาใจใส่เลย บางสมัยรัฐบาลกลับหาเสียงกับชาวบ้านที่กระทำผิดกฎหมายมากเกินไป บางครั้งถึงกับมีคำสั่งไม่ให้เจ้าหน้าที่ป่าไม้จับกุมผู้กระทำผิดหรือถ้าจับกุมอยู่ก่อนแล้วก็ให้ปล่อยไปเสีย

4. ขาดความสนใจจากประชาชน การคุ้มครองป่าไม้และสัตว์ป่าจะได้ผลดีก็ต่อเมื่อประชาชนสนใจและให้การสนับสนุนให้เจ้าพนักงานและรัฐบาลปฏิบัติไปตามกฎหมายโดยเคร่งครัด การประชุมในวันคุ้มครองสัตว์ป่าในวันนี้แสดงว่านิสิตนักศึกษาและประชาชนให้ความสนใจดีเพียงไร จึงหวังเป็นอย่างมากว่าประเทศไทยจะให้การคุ้มครองสัตว์ป่าดีขึ้นกว่าเดิม

5. การลักลอบส่งสัตว์ป่าที่หายาก ออกนอกประเทศยังทำกันมาก เช่น  มีการลักลอบส่งสัตว์ป่าของประเทศไทยเข้าไปในประเทศลาว แล้วส่งจากลาวผ่านประเทศไทยไปยังประเทศต่างๆ เช่น ประเทศเบลเยี่ยม เป็นต้น ปัจจุบันนี้องค์การ IUCN ได้จัดการให้ประเทศต่างๆ เกือบทั่วโลกร่วมมือเซ็นสัญญา CITES ระหว่างประเทศป้องกันไม่ให้ประเทศต่างๆ ส่งออกหรือรับซื้อสัตว์ป่าที่หายาก หรือจะสูญพันธุ์ มีอยู่ 3 ประเทศ คือ ประเทศไทย ประเทศลาว และประเทศเบลเยี่ยม ที่ยังเฉยแฉะล้าหลัง ยังไม่สนใจในการเซ็นสัญญานี้ สำหรับประเทศไทยนั้นกรมป่าไม้กำลังจัดการอยู่ แต่เรื่องไปชักช้าอยู่ที่กระทรวงอื่น หากประเทศไทย ประเทศลาว และประเทศเบลเยี่ยมได้เซ็นสัญญา CITES หมดสิ้นแล้ว การลักลอบส่งสัตว์ที่หายากไปขายในต่างประเทศคงจะได้รับการป้องกันได้ดีขึ้นกว่าเดิมมาก

* ตีพิมพ์ในสารนิยมไพรฉบับเยาวชน
Writer
กองบรรณาธิการ

Related Post

ทัศนะ

สัตว์ป่า

ธรรมชาติ